ฝากข้อความ

Loading

WP Shoutbox
ชื่อ
เว็บไซท์
Message
Smile

km-15-06-58

การทำวิจัยหมายถึงการค้นคว้า วิเคราะห์ หรือทดลองอย่างมีระบบ โดยอาศัยอุปกรณ์หรือวิธีการเพื่อให้พบข้อเท็จจริง หรือหลักการไปใช้ตั้งกฎ ทฤษฎี หรือแนวทางปฏิบัติ งานวิจัยมีความสำคัญเพราะสามารถนำไปใช้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์และคุณภาพชีวิต พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาวิทยาศาสตร์ และยังสามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาการทำงานได้อีกด้วย หัวข้อในการวิจัยสามารถเกิดขึ้นจากแหล่งที่มาดังต่อไปนี้
แหล่งที่มาของหัวข้อวิจัย
1. ชีวิตประจำวัน ปัญหาในการทำงานและอยากแก้ปัญหา: เมื่อการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบเกิดปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานไม่บรรลุเป้าหมายหรือขาดประสิทธิภาพ หรือต้องการพัฒนางานให้ดีขึ้น
2. ทบทวนวรรณกรรมเพื่อหา gap of knowledge และความแตกต่าง: การทบทวนวรรณกรรมจะทำให้ผู้วิจัยได้แนวคิด วิธีการรวมทั้งทฤษฎีต่างๆที่สามารถนำมาใช้ในงานวิจัยของตนเองได้และจะได้ไม่ทำวิจัยซ้ำซ้อนกับงานที่เคยทำมาแล้ว
3. นโยบายหน่วยงาน ผู้บริหาร แหล่งทุนที่สนับสนุนการทำวิจัย: หน่วยงานบางหน่วยมีหน้าที่ที่จะต้องทำงานวิจัยมีแผนกำหนดหรือ theme ชัดเจนว่าในรอบระยะเวลาหนึ่งๆจะทำวิจัยในหัวข้อใดบ้าง บางหน่วยงานอาจมีความจำเป็นต้องศึกษาวิจัยในบางเรื่อง ทำให้ผู้ที่ทำงานในหน่วยงานนั้นๆอาจได้รับมอบหมายให้ทำวิจัยในหัวข้อที่ผู้บริหารกำหนด บางหน่วยงานต้องการผลการวิจัยจึงเสนอเงินทุนเพื่อสนับสนุนให้บุคคลภายนอกมาทำวิจัยให้ ดังนั้นแหล่งทุนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้วิจัยจะได้หัวข้อวิจัย
4. แนวคิดหรือทฤษฎีที่ต้องการพิสูจน์: ผู้วิจัยอาจมีความเห็นไม่สอดคล้องกันกับทฤษฎี อยากจะตรวจสอบทฤษฎีให้ประจักษ์ชัดหรือตรวจสอบว่าทฤษฎีทำนายปรากฏการณ์ได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่
5. การศึกษาผลงานวิจัยที่ผู้อื่นทำไว้แล้ว เช่น ในส่วนข้อเสนอแนะ จะช่วยให้ผู้วิจัยมองเห็นว่าความรู้ที่เป็นผลการวิจัยมีความชัดเจนมากน้อย ยังมีข้อบกพร่องอะไรบ้างทำให้เกิดความสงสัยในข้อค้นพบ หรือมีประเด็นใดที่ควรศึกษาต่อไป ผู้วิจัยที่สนใจหัวข้อเรื่องคล้ายคลึงกันอาจจะได้แนวคิดไปกำหนดหัวข้อปัญหาวิจัยของตน
6. ประสบการณ์ ความสนใจ ความเชี่ยวชาญของนักวิจัย: ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆมักจะศึกษาติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการในศาสตร์สาขานั้นอย่างสม่ำเสมอ รู้ว่าประเด็นใดที่ยังเป็นปัญหาช่องโหว่ที่จะต้องแสวงหาความรู้มาเติมให้เต็มและรู้ว่าประเด็นใดมีคุณค่าน่าสนใจค้นหาคำตอบ
7. เข้าไปร่วมทีมวิจัยกับนักวิจัยผู้มีประสบการณ์เพื่อหาแนวคิดในการทำวิจัยของตน

แนวทางการสร้างหัวข้อวิจัย
1. เพื่อพัฒนางานวิชาชีพ ทำเพื่อการบริหารงาน พัฒนางานและแก้ปัญหาในการทำงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพ
2. ตามนโยบาย เช่น ปัญหาที่สำคัญของประเทศ เป้าหมายหรือวิสัยทัศน์ของหน่วยงาน นโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มติคณะรัฐมนตรี
2.1 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบสุขภาพ
2.2 เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเกิดระบบสุขภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน
2.3 เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของระบบวิจัยสุขภาพและการวิจัยระบบสุขภาพ
การตั้งชื่อหัวข้อวิจัยทางสังคมศาสตร์ ควรมีองค์ประกอบคือ MVPL
1. อะไร = ตัวแปร (variable)
2. อย่างไร = วิธีการวิจัย (method)
3. ที่ไหน = ขอบเขตการวิจัย (limitation)
4. ใคร = ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง (population)
การตั้งชื่อหัวข้อวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ควรมีองค์ประกอบคือ MVLTa
1. อะไร = ตัวแปร (variable)
2. อย่างไร = วิธีการวิจัย (method)
3. ที่ไหน = ขอบเขตการวิจัย (limitation)
4. เพื่ออะไร = เป้าหมายที่ต้องการ (target)

ประเด็นที่ควรพิจารณาในการกำหนดหัวข้อวิจัย
1. มิติ เช่น การศึกษา การเมือง วัฒนธรรม
2. ผู้ร่วมวิจัย เช่น นายจ้าง ลูกจ้าง
3. แนวคิดหรือทฤษฎีใดมาประยุกต์ เช่น สุขภาพ จิตวิทยา ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
4. ระดับการดำเนินการ เช่น บุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร
5. ผลผลิต/ผลลัพธ์ เช่น นโยบาย วิธีการ เทคนิค ต้นแบบ นวัตกรรม
ลักษณะหัวข้อวิจัยที่เหมาะสม
1. เลือกหัวข้อที่ไม่ซ้ำกับงานวิจัยของผู้อื่น
2. เลือกหัวข้อที่ไม่แคบหรือกว้างจนเกินไป
3. เลือกหัวข้อที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
4. ปัญหาวิจัยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ
5. มีเงินทุนเพียงพอ
6. มีเวลาเพียงพอ
7. มีเครื่องอำนวยความสะดวกในการทำวิจัยเพียงพอ
8. ผู้วิจัยมีความสามารถพอ
9. ปัญหามีความสำคัญเพียงพอ มีผลต่อส่วนรวมที่ชัดเจน
หมายเหตุ: แนวปฏิบัติที่ดีนี้สรุปจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรภายในวิทยาลัยฯ วันที่ 23 เมษายน 2558 การบรรยายของวิทยากรวันที่ 21-22 พฤษภาคม 2558 และการถอดบทเรียนวันที่ 29 พฤษภาคม 2558